Gemmingi View my profile

[EWAW3] Borz

posted on 02 May 2014 16:15 by gemmingi
เอนทรี่เนร้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
คอมมูนิตี้นี้มีต้นแบบมาจากการ์ตูนเรื่องAxis Power Hetalia เป็นการ์ตูนที่มีตัวละครแต่ละตัวมีต้นแบบมาจากประเทศต่างๆ โดยในคอมมูนี้ตัวละครจะมีต้นแบบมาจากเมืองหรือรัฐแทน ภายในเอนทรี่นี้อาจประกอบไปด้วยเนื้อหาที่อ่อนไหว หากผู้ใดไม่นิยม/ไม่ชอบ/ไม่รู้จักเฮตาเลียหรือคอมมูนี้ กรุณา [x] ปิดหน้านี้ไปเถิดนะคะ
 
((เครดิตทุกอย่างนอกจากรูปใส่ไว้รวดเดียวข้างล่างนะคะ แล้วก็มีปัญหากับการจัดหน้าเล็กน้อย ขออภัยด้วย))
 
 
 
 
 
 

ชื่อเมือง : สาธารณรัฐเชเชน / Chechen Republic / Нохчийн Республика หรือ เชชเนีย / Chechnya

ประเทศ : Russia

ทวีป : ยุโรป

ชื่อมนุษย์ : บอร์ซ อิมรานอฟ / Borz  Imranov / Борз Ӏмранов

อายุ : 16-17 ปี

เพศ : ชาย

สีผม : น้ำตาลเข้ม

สีตา : เฮเซล

ส่วนสูง : 177 cm

น้ำหนัก : 61 kg

ภาษา : เชเชน, รัสเซีย, ภาษาตระกูลNakh, อารบิค

แผนการเรียน : วิทย์



ลักษณะเมือง :

สาธารณรัฐเชเชนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เมืองหลวงคือกรอซนี ผู้นำคนปัจจุบันชื่อRamzan Kadyrovซึ่งตระกูลKadyrovนี่เองก็ได้ปกครองเชชเนียมาหลายสมัยแล้ว ตั้งอยู่ทางตะวันออกของภูมิภาคคอเคซัสเหนือ ทางตะวันตกติดกับออซเซทเทียเหนือและอินกูเชเตีย ทางเหนือติดกับstavropol krai ทางตะวันออกติดกับดาเกสถานและทางใต้ติดกับประเทศจอร์เจีย  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขา แม่น้ำสายสำคัญคือ เตเรก ซุนฮา และอาร์กุน

 

  

หลังจากผ่านสงครามนองเลือดมาสองครั้งมา บ้านเมืองส่วนใหญ่พังพินาศไประหว่างนั้น ทิ้งรอยแผลมากมายไว้ให้ชาวเมือง แม้ว่าจะได้รับการบูรณะบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ในภายหลังก็ตาม


และด้วยเหตุนั้น ทำให้กรุงกรอซนี เมืองหลวงที่เคยถูกทำลายไปจนราบคาบ ในปัจจุบันนี้ถูกบูรณะจนสามารถบรรยายเปรียบเทียบได้ว่าเป็น “มินิดูไบ” ด้วยโรงแรมระดับห้าดาว มัสยิดที่ตั้งตระหง่านอลังการ คอนโดมิเนียมหรู โปรเจคก่อสร้างต่างๆเพื่อยกระดับเมือง และการเชื้อเชิญชาวต่างชาติมาลงทุน แม้กระนั้นแถบชนบทและเมืองอื่นๆของเชชเนียส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ยากจน


 

ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น ในปัจจุบันนี้ เพราะความรุนแรงต่างๆ เชชเนียก็ยังไม่ได้สถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าท่าเท่าไหร่อยู่ดี แม้ว่าครองชีพจะถูกมากเพราะเพิ่งจะฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่พังทลายหลังสงคราม ที่นั่นมีของขึ้นชื่อคือดาบ กริช และพรม และไม่ค่อยมีอะไรขายนอกจากนั้นเพราะวัตถุดิบที่จำกัด

 

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยธรรมชาติ ป่าเขา และวัฒนธรรมของชาวคอเคซัส ก็ยังคงเป็นสเน่ห์ของเชชเนีย แต่อีกอย่างที่เชชเนียเป็นสังคมมุสลิมซุนนีที่ค่อนข้างเคร่งครัด ไม่มีดิสโก้หรือไนท์คลับในเชชเนียแม้จะมีเบียร์ขายอยู่ทั่วไปแต่เวลาดื่มก็ควรจะระวัง และเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างถูกกฎหมายก็มีเพียงสองชั่วโมงคือแปดโมงเช้าถึงสิบโมง


เชชเนียมีบ่อน้ำมันอยู่บ้างเล็กน้อย และก็เป็นเส้นทางวางท่อส่งน้ำมันหลักจากทะเลแคสเปียน ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุหลักที่มอสโควอยากเก็บเขาเอาไว้นักก็ได้...




ประวัติเมือง :

 

ชาวเชเชนและอินกุช

ชาวเชเชนและชาวอินกุช(ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอินกูเชเตีย รัฐข้างเคียง)นั้น ถูกเรียกรวมๆกันว่าชาว Vainakh อันเป็นชนชาติเก่าแก่ในแถบคอเคซัส ว่ากันว่าพวกเขาอพยพกันมาจากลุ่มแม่น้ำไทกริสยูเฟรตีส และอาศัยอยู่ที่ดินแดนนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่4 ในศตวรรษที่8 มีหลักฐานว่าพวกเขาได้ทำการติดต่อค้าขายกับชาวอาหรับ แต่เนื่องจากเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของชาวเชเชนถูกทำลายไปในยุคสตาลิน จึงมีหลักฐานเหลือมาให้ศึกษาไม่มากนัก

พื้นที่บริเวณนั้นเคยเป็นอาณาเขตของอาณาจักรคาซาเรียมาก่อน เป็นอาณาจักรที่พื้นเพเดิมเป็นชาวเพแกนแต่เปลี่ยนมานับถือศาสนายูดายในภายหลัง ถูกชาวรุส(สลาฟกลุ่มหนึ่ง)ตีแตกไป ซึ่งว่ากันว่าชาวเชเชนและอินกุชรวมถึงชนเผ่าในแถบนั้นก็สืบเชื้อสายมาจากชาวยิวและชาวคาซาร์

พื้นที่บริเวณนั้นเคยเป็นอาณาเขตของอาณาจักรคาซาเรียมาก่อน เป็นอาณาจักรที่พื้นเพเดิมเป็นชาวเพแกนแต่เปลี่ยนมานับถือศาสนายูดายในภายหลัง ถูกชาวรุส(กลุ่มหนึ่ง)ตีแตกไป ซึ่งว่ากันว่าชาวเชเชนและอินกุชรวมถึงชนเผ่าในแถบนั้นก็สืบเชื้อสายมาจากชาวยิวและชาวคาซาร์

ในช่วงยุคกลาง มี 2 อาณาจักรที่ปกครองโดยชาวเชเชน และครอบคลุมอาณาเขตดินแดนเชชเนียในปัจจุบัน คือ อาณาจักรDzurdzuketia และ อาณาจักรSimsir



การรุกรานของมองโกลครั้งแรก

Dzurdzuketia จะกินพื้นที่ตอนกลางของเชชเนีย อินกูเชเตีย และทางเหนือของออซเซทเทียในปัจจุบัน อาณาจักรนี้จะเป็นพันธมิตรของจอร์เจีย และได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านรายนี้มากทีเดียว พวกเขาเริ่มรับคริสตศาสนาเข้ามาเป็นศาสนาประจำรัฐตั้งแต่ศตวรรษที่10ตามจอร์เจียเพื่อแลกความคุ้มครอง แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็ยังคงนับถือศาสนาดั้งเดิม คือความเชื่อในเทพเจ้าต่างๆในธรรมชาติตามแบบของศาสนาของชาวVainakh

Dzurdzuk นั้น เป็นชื่อของบุตรแห่งคอคัส (Caucas) ตามตำนานแล้วDzurdukเป็นบรรพบุรุษของชาวเชเชนและอินกุช และเป็นทายาทของโนอาห์ (เป็นที่มาของชื่อชาวNakhด้วย)

แต่ทว่าในระหว่างศตวรรษที่13-14 กองทัพมองโกล(ที่ใช้ทหารชาวเติร์ก)ได้ทำการรุกรานเชชเนียถึง 2 ครั้ง นำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักร Dzurdzuketia และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวเชเชนไปอย่างใหญ่หลวง

ทหารของกองทัพมองโกลเริ่มเข้ามาในดินแดนนี้ตั้งแต่ช่วงปี1220-1222 โดยกลุ่มที่เข้ามาเป็นพวกแรกเป็นนักรบชาวเติร์ก สร้างความตึงเครียดภายในภูมิภาคมานับแต่ช่วงนั้น ในปี 1237 มองโกลเริ่มบุกโจมตีคอเคซัสเหนือ เมื่อจอร์เจียที่เป็นพันธมิตรของDzurdzuketiaถูกโจมตี จึงไม่มีความช่วยเหลือทั้งด้านเสบียงและทหารมาถึงชาวเชเชนและผู้คนในDzurdzuketiaอีก

หลังจากปิดล้อมและโจมตีเพียงไม่กี่ปี Dzurdzuketiaก็แทบจะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ ผู้คนส่วนใหญ่ถูกฆ่าไม่ก็จับไปเป็นทาส มองโกลยึดที่ลุ่มของแม่น้ำSunzhaไว้ได้ ตัดชาวเชเชนที่เหลือรอดชีวิตจากแหล่งน้ำที่พวกเขาใช้ทำเกษตรกรรม

พวกเขาพากันไปรวมตัวอีกครั้งบนแถบภูเขา เพื่อหาทางยึดดินแดนตนคืนทุกวิถีทาง เพื่อที่จะขับไล่มองโกลผู้รุกรานออกไปให้ได้ เพื่อนำตนและวัฒนธรรมของชนชาติให้รอด พวกเขาจึงเริ่มทำสงครามกองโจรกับมองโกล

พื้นที่ของเชชเนียที่เป็นภูเขาและป่าทึบเอื้ออำนวยต่อแผนการของพวกเขา มีทหารมองโกลหลายกองที่ถูกโจมตีโดยกองโจรเชเชนขณะเคลื่อนทัพในป่าที่หนาทึบ ทำให้มองโกลไม่สามารถบุกขึ้นไปบนภูเขาได้แม้จะปิดล้อมมานานกว่า12ปี

มีทูตจากฝรั่งเศสที่เดินทางผ่านคอเคซัส ระหว่างทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับมองโกล บันทึกไว้ว่า

“ชาวคอเคซัสเหล่านี้ ไม่เคยยอมจำนนต่อมองโกล”

สงครามกองโจรของพวกเขาสามารถทำให้ทัพมองโกลล่าถอยกลับไปได้ แต่ก็ต้องแลกกับบ้านเมืองที่พังพินาศ

ส่วนอาณาจักรที่แห่งที่ได้กล่าวไว้ตอนแรก Simsir ตั้งอยู่ทางเหนือและตอนกลางของเชชเนียปัจจุบัน ระหว่างลุ่มแม่น้ำSunzhaและTerek อาณาจักรSimsirรอดจากการบุกของมองโกลครั้งแรก ด้วยความหวาดกลัว พวกเขาไปเข้าพวกเป็นพันธมิตรกับแคว้นกระโจมทองและเริ่มรับศาสนาอิสลามเข้ามา จนศาสนาอิสลามนิกายซุนนีกลายเป็นศาสนาประจำรัฐ (แล้วก็เช่นเดียวกับอาณาจักรแรกที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังนับถือศาสนาดั้งเดิม แต่รัฐเข้าศาสนาอื่นเพื่อรับความคุ้มครอง)



การรุกรานของมองโกลครั้งที่2

แต่การเป็นพันธมิตรกับกระโจมทอง ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาด เพราะในช่วงศตวรรษที่14 แคว้นกระโจมทองอ่อนแอลงมาก ตีมูร์แห่งจักรวรรดิมองโกลได้กรีฑาทัพเข้าบดขยี้แคว้นกระโจมทอง และบุกสู่คอเคซัสอีกครั้ง โดยแน่นอนว่าSimsirที่เป็นพันธมิตรกับกระโจมทองก็ต้องโดนตีหนัก อาณาจักรDzurdzuketiaที่กำลังฟื้นตัวจากศึกคราวก่อนก็โดนโจมตีไปด้วย พวกเขาทำการบุกครั้งที่สองนี้ในปี 1395-1396 ทำลายชีวิตประชากร โบสถ์คริสต์ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาVainakhไปแทบทั้งหมด (ความจริงตีมูร์เป็นมุสลิม ผู้นำแคว้นกระโจมทองก็เป็นมุสลิม)

แต่ผลจากการทำลายล้างครั้งนี้เองก็ทำให้วัฒนธรรมความเป็นคริสเตียนและชาวเพแกนต์ดั้งเดิมค่อยๆสูญหายไปจากชาวเชเชน มีส่วนทำให้ส่วนใหญ่ของชาวเชเชนในปัจจุบันเป็นมุสลิม

ตีมูร์มีชัยชนะในที่ลุ่ม แต่ก็พบปัญหาเดียวกับการบุกครั้งก่อน พวกเขาเจอกับกองโจรเชเชนบนภูเขา พวกเชเชนกลับขึ้นไปรวมกันบนเขาและทำสงครามกองโจรกับมองโกลอีกครั้ง จนตีมูร์ไม่ต้องการให้สูญเสียกำลังพลอีกต่อไป จึงหันมาสร้างมิตรไมตรีกับชาวเชเชนแทน แม้ว่าจะเข่นฆ่าชาวเชเชนไปมากแล้วก็ตาม

เขาได้ทำการปล่อยตัวชาวเชเชนที่จับมาไว้ไปทั้งหมด และได้มอบดาบโค้ง(sabre)ของตนให้ เพื่อเป็นการยุติศึก ตามตำนานเล่าว่า ดาบนั้นถูกมอบให้กับนักเล่าเรื่อง เพื่อนำไปมอบต่อให้หญิงตั้งครรภ์ 9 คน เพื่อที่พวกนางจะได้ส่งต่อให้กับทายาทสืบไป ดาบที่มองโกลมอบให้กับเชเชนอันเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรไมตรีนี้ ถูกเก็บไว้อย่างดีในกรุงกรอซนีของเชชเนีย จนกระทั่งพวกเขาทุกคนถูกรัฐบาลโซเวียตยุคสตาลินเนรเทศไปอยู่คาซัคสถานในปี1944 ทรัพย์ทั้งของประชาชนและทางประวัติศาสตร์ถูกปล้นและทำลาย ดาบที่ว่านั้นปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์กรุงมอสโคว

 

ยุกอิชคอเรีย Ichkerian Era

ถัดจากการบุกของมองโกลต่อมาก็เป็นยุคที่ถูกเรียกว่าอิชคอเรีย(Ichkeria) เป็นชื่อเรียกดินแดนแถบเชชเนียในภาษาเติร์กหรือไม่ก็ในภาษาKumyk ชาวเชเชนและคนในแถบคอเคซัสเริ่มจะเกิดความรู้สึกถึงความเป็นชนชาติ เริ่มคุ้นเคยกับการทำศึกสงครามและใช้ชีวิตในชุมชนระบบเผ่าที่เรียกว่า Teip

เมื่อชาวเชเชนเริ่มกลับลงมาจากภูเขาในศตวรรษที่15 พวกเขาก็ต้องเจอกับความขัดแย้งใหม่ กับพวกคอสแซคที่เพิ่งย้ายถิ่นเข้ามาตั้งรกรากพอดี รวมทั้งพวกKumyhและKabardinที่ตั้งตนมีอำนาจเหนือว่า ชาวเชเชนที่มีความรักอิสระได้ทำการโค่นล้มการปกครองของพวกเขา โดยมีหลักพื้นฐานที่ใกล้เคียงกับประชาธิปไตย อิสรภาพและความเสมอภาค นั่นทำให้ชาวเชเชนมีชื่อเล่นว่า “ชาวฝรั่งเศสแห่งคอเคซัส” เพราะได้มีการเปรียบเทียบเหตุการณ์นี้กับการปฏิวัติฝรั่งเศส (ในขณะที่ชาวจอร์เจียถูกเปรียบเป็นอิตาเลียนและชาวเซอร์แคสเซียนถูกเปรียบเป็นอังกฤษ)



การเข้ามาของจักรวรรดิรัสเซีย

ในช่วงศตวรรษต่อมา เกิดความตึงเครียดระหว่าง 3 จักรวรรดิใหญ่ในแถบนั้น คือ ออตโตมัน(ตุรกี) ซอฟาวิด(อิหร่าน) และรัสเซีย โดยส่วนใหญ่แล้ว ชาวเชเชนจะนิยมออตโตมัน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอยากจะเจริญสัมพันธไมตรีกับรัสเซีย ในช่วงศตวรรษที่18-19 มีสงครามระหว่างออตโตมันและซาฟาวิด เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือคอเคซัส และความขัดแย้งระหว่างชาวเชเชนและคอสแซคมีมากขึ้น ทำให้รัสเซียต้องการจะปราบปรามและครอบครองคอเคซัสลงไปถึงจอร์เจีย ชาวเชเชนเริ่มหันไปรับวัฒนธรรมอิสลามกันอีกครั้ง เพื่อที่จะได้เข้าพวกกับออตโตมันและต่อต้านอิสฟาฮานกับมอสโคว

แต่เพราะออตโตมันที่อ่อนแอลงทำให้รัสเซียเริ่มแผ่อิทธิพลเข้ามาในเชชเนียมากขึ้น ชาวเชเชนจึงเริ่มทำสงครามกองโจรอีกครั้ง คราวนี้กับพวกคอสแซคที่เป็นปฏิปักษ์กันมานาน ประกอบกับที่โดนโจมตีบ่อยๆด้วย (โดยทั่วไปแล้วชาวเชเชนมักจะแยกคนรัสเซียกับคอสแซคไม่ค่อยออก) เรียกว่ากองโจร Abrek (แปลได้ว่าผู้ล้างแค้น/Avengers) พวกรัสเซียมักมองว่าAbrekเป็นพวกป่าเถื่อน ดุร้าย ฆาตกรและนักข่มขืน ในขณะที่ชาวเชเชนมองว่าพวกเขาเป็นนักรบหรือฮีโร่ และมีนิทานพื้นบ้านของเชเชนกล่าวถึงAbrekหลายเรื่องในสไตล์เดียวกับโรบินฮู้ด คือปล้นผู้กดขี่มาช่วยผู้ถูกกดขี่

เมื่อรัสเซียได้เป็นพันธมิตรกับอาณาจักรบางส่วนของจอร์เจียที่ถูกเติร์กและเปอร์เซียโจมตีในปี 1783 รัสเซียจึงเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลไปสู่ดินแดนอื่นๆในละแวกนั้นต่อ ชาวเชเชนเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งกับรัสเซียครั้งแรกเมื่อรัสเซียโจมตีKumyh เผ่าที่ตอนนั้นเป็นพันธมิตรกับเชเชน และสร้างป้อมkizlyar ทางฝ่ายคอสแซคก็เริ่มจะเข้มแข็งและรัสเซียก็ส่งทหารตัวเองเข้าไปในภูมิภาค ได้รับการต่อต้านจากกองโจรเชเชนตามเคย รัสเซียไล่พวกเขาขึ้นไปบนภูเขา ตัดขาดจากแห่งน้ำหลักและอาหาร เพื่อให้เชเชนเลือกว่าพวกเขาจะต้องอดตายหรือยอมจำนน แต่พวกเขาไม่เลือกทั้งสองอย่าง และทำสงครามศักดิ์สิทธิ์กับกองทัพรัสเซียที่เป็นคริสต์ในปี 1795 เพื่อทวงคืนที่ราบลุ่ม นำโดย ชีคมานซูร (ผู้ถูกทหารรัสเซียจับได้และเสียชีวิตหลังจากนั้น) และเริ่มเกิดการรวมตัวกันต่อต้านร